joe

joe
ยินดีต้อนรับพี่น้องผองเพื่อนทุกท่านเข้าสู่แหล่งรวม ct แนว tracker และ scamble สายลุย

วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

ทริป ศรีราชา-แม่สาย

ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ที่ไม่ได้อัพเดทเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆมานานพอสมควรเนื่องด้วยผมมีปัญหาทะเลาะกับคอมที่บ้าน เพราะลงรูปภาพไม่ได้ เลยเกิดความน้อยเนื่องต่ำใจอะไรบางอย่างแบบเด็กๆ จึงเขียนเพลงนี้ขึ้นมาชื่อเพลง"ผีโรงเย็น" (ไม่เกี่ยวกันเล๊ย ตัวหนังสือมันพาไป)

ณ วันนี้ที่ผมมาอัพเดทบล็อกอีกครั้งก็เพราะจะมีโปรเจคใหม่ ในวันที่11-15เม.ย.นี้ เลยรวบรัดตัดตอนเอาเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน เป็น ทริปที่ผมคิดว่าอาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตลูกผู้ชายที่จะได้เดินทางไกลกับเจ้าct ของผมกับพี่น้องอีก2คน รวมเป็น3คน3คัน

ทริปนี้พี่เขาให้ชื่อว่า ride now project แปลว่าอะไรผมก็ไม่รู้ เออออห่อหมกตามเขาไป แต่สรุปได้ว่าทริปนี้คือการเดินทาง เริ่มต้นจาก ศรีราชา ชลบุรี ไปถึงจุดเหนือสุดประเทศไทยที่ แม่สาย เชียงราย ระยะทางร่วม 2500กม. ระยะเวลา5วัน !!!

นี่อาจจะเป็นเส้นทางที่ถือว่าจิ๊บๆถ้าคุณไปด้วยบิ๊กไบท์ แล้วถ้าคุณไปด้วยctล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ไม่มีอะไรคาดเดาได้ ถามว่ามั่นใจไหมกับ ct บอกเลยว่า"ก็ไม่รู้สินะ" แต่เมื่อใจมันเรียกร้อง มันก็ไม่มีอะไรจะมาหยุดมันได้แล้ว ผมบอกเลยทริปนี้ที่พวกเรากล้าไปเพราะแต่ละท่านมีความรู้ความชำนาญในเรื่องเครื่องยนต์กลไก (น้อยมากกกก)555+

กับระยะเวลา5วัน และปลายทางที่ถูกกำหนดไว้ในแต่ละวันคืออย่างต่ำ500กม.
จุดที่จะค้างแรมมีที่ไหนบ้าง คืนแรกค้างแม่สอด จ.ตาก คืน2 ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน คืน3 แม่สาย จ.เชียงราย คืน4 ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ คืน5บ้านใครบ้านมันที่ศรีราชา จ.ชลบุรี

เส้นทางที่ถูกกำหนดและปลายทางที่วางเอาไว้คือเป้าหมายที่เราจะไปให้ถึงแต่เมื่อคุณออกเดินแล้วมันไม่ถึงเป้าหมายที่คุณวางเอาไว้คุณยังได้ชื่อว่า คุณได้ลงมือทำแล้ว ไม่ได้นอนฝันหวานว่าจุดหมายอยู่ที่ไหนแต่ไม่ลงมือทำ. สวัสดี...

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

ตีเมืองจันทบุรี ตอนที่1

       "เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมาาาาาา" ก็มาตามคำเรียกร้องครับ แม้จะเป็นแค่เพียงคนเดียวแต่ก็ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะเขียนเรื่องราวของคนที่รักในสองล้อต่อไป ก็ตามสัญญาที่ว่าเอาไว้คือทริปที่สองตีเมืองจันทบุรี(มหาโหด) มีครบรสชาติ ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งเปียกและแห้ง แห้งและเปียก
     จัดว่าเป็นทริปแรกของกลุ่มตะวันออก ที่นำขบวนโดยประธานกลุ่มพี่บี ระยอง อีกเหมือนเดิม หลังจากกลับจากทริปปราณได้ไม่นานพวกเราก็มีกลุ่มที่เริ่มจะใหญ่ขึ้นเล็กน้อยจึงอยากพบปะหน้าตากันบ้างเพื่อทำความรู้จักและวัดพลังกันดูว่าใครจะหล่อกว่ากัน เผื่อจะส่งไปประกวดโดเบอร์แมนสักปี
     ตีเมืองจันทรบุรีคือข้อสรุปในกลุ่มและปรายทางที่ฉันรอคอยที่สุดก็จบตรงนี้"ถนนบูรพาชลทิต"ที่ถูกขนานนาม(จากใครก็ไม่รู้)ว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดของภาคตะวันออก ผมนี่ยกขาหน้าเลยไปด้วยแน่นอน ตั้งแต่ซื้อมอเตอร์ไซค์คันนี้มาบอกเลยผมได้ไปในที่ ที่ไม่เคยไปได้รู้จักเพื่อนฝูงมากมายหลายสาขาอาชีพนับว่าคิดไม่ผิดที่หลวงเข้ามาในวังวลของ centaur
     05:00น.เสียงนาฬิกาที่ตั้งจากโทรศัพท์ทำหน้าที่ของมันอย่างที่เราต้องการปลุกผมลุกจากที่นอน อาบน้ำเตรียมตัวเดินทางสู่จุดรวมพลเพื่อเคลื่อนขบวน สู่ระยองจุดรวมพลใหญ่ ฟ้าแล็บที่ปรายฟ้าเหมือนจะบอกว่าวันนี้อาจจะมีฝนตก เรือเล็กควรออกจากฝั่ง แต่เมื่อพวกเราได้ตัดสินใจแล้วและทุกคนมองไปที่จุดหมายปรายทางอะไรล่ะจะมาหยุดพวกเราได้
     07:00น.ระยองฮิ(สั้นหรือยาวเค้าก็ไม่รู้สินะ) พวกเราก็มาถึงจุดรวมตัว ทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ ก็มาพบและรู้จักกันก็วันนี้แหละ แต่ตำนานของผมมาเกือบครบขาดแต่ เพื่อนเราคนนึง(แมนจู)แล้วเขาก็หายจากกลุ่มเราไปตลอดกาลจนถึงวันนี้ พี่บี ถัง เกมส์ คือผู้พิชิตปราณบุรี และที่เหลือก็เป็นกลุ่มเราที่มาใหม่รวมแล้วสิบกว่าคัน วันนี้เราจะเข้าตีเมืองจันทรบุรี ณ ขณะนั้นท้องฟ้าเริ่มสดใสแดดเริ่มสาดแสงครอบคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า วันนี้อากาศช่างเป็นใจเหมาะแก่การขับรถกินลมชมวิวเรียบชายทะเลเกิ๊นนน....
     จะมีอะไรดีกว่านี้อีกเล่าพี่น้องเอ๋ย ขับรถเรียบชายเลในวันที่ท้องฟ้าสดใจแจ่มเบยยยย
จุดรวมพลระยองฮิ
     ณ จุดนี้ถือว่าเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย น้องเราคันหนึ่งมาถึงปั๊มยางรั่วซะยังงั้น วิ่งหาร้านปะยางสิครับพี่น้อง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาในการเดินทางเรารอกันได้อาจจะเสียเวลานิดหน่อยแต่สิ่งที่เราจะเจอข้างหน้านี่แหละจะทำให้เราหายเหนื่อย
     หลังจากทำการปะยางเรียบร้อยเราก็มุ่งหน้าสู่เมืองจันทร์ ลัดเลาะไปตามชายเล หาดทรายขาวๆกับต้นสนที่ชายเล (มองหาต้นพร่าวกะไม่เห็นมีมีแต่ต้นสน)
     ตอนนี้ผมมีปัญหากับคอมเรื่องลงรูปคงเอาไว้แค่นี้ก่อนเอาไว้ตอนหน้าจะมาพร้อมรูปภาพและเรื่องราวต่อจากนี้ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ช้าเพราะอาทิตย์ที่แล้วทำงานประจำไม่ได้หยุดเลย แล้วเจอกันครับ สวัสดี

วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทริปแรกในชีวิต ตอนจบ

     ตอนสุดท้ายของทริปแรกในชีวิต ถือว่านี่เป็นทริปที่สุดโหดของผมครั้งแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้เพราะไม่เคยขับมอเตอร์ไซค์ไกลมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิต อยากบอกว่าเมื่อไปถึงที่พักผมนี่แขนทั้งสองข้างไม่มีแรงจะจับปากกาเขียนหนังสือเลยมันล้าไปหมด แต่ก็รู้สึกมีความสุขที่ได้ทำ ได้เจอกลุ่มคนที่รักในสิ่งเดียวกันกว่า200ชีวิต
      แต่พวกเราก็เป็นแค่ชนกลุ่มน้อยที่มีกัน5คนจากสายตะวันออกที่ไม่ถูกขานชื่อกลุ่มบนเวทีงานเลี้ยงคืนนั้นแต่พวกเราก็สัญญากันไว้ว่าพวกเราต้องยิ่งใหญ่เมื่อทริปหน้ามาถึง 
     หลังจากทริปนี้แขนผมปวดอยู่เป็นอาทิตย์กว่าจะกลับมาเป็นปกติ สุดยอดครับ
ขอบคุณพี่น้องที่ร่วมทางไกล พี่บี,ถัง,ดุ่ย,เกมส์







แล้วเจอกันเมื่อทริปหน้ามาถึง สวัสดี

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทริปแรกในชีวิต ตอนที่2

     มาแล้วจ้า ตอนที่2ทริปแรกในชีวิต กลับมาพร้อมกับอาการไข้ รักษาสุขภาพกันให้ดีนะครับช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
     ต่อจากตอนที่แล้วเลยแล้วกันครับ ถึงตอนที่รอกลุ่มระยอง เที่ยงคืนตรงเป๊ะ...ยังไม่มีวี่แวว พี่จากระยอง มีแต่ละอองฝนที่ยังโปรยปราย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรเพื่อสอบถามว่าถึงไหนกันแล้วสักพักก็ทราบว่าอีกประมาณ30นาทีจะมาถึงจุดนัดหมาย รอต่อไปครับ
     พักใหญ่30นาที แสงไฟจากมอเตอร์ไซค์สองคันผ่าความมืดมาจอดตรงที่ผมกับน้องรออยู่ใช่เลยรถทรงเดียวกันและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอตำนานของสายตะวันออก พี่บีระยอง จาก4เดือนที่คุยกันโดยไม่เห็นหน้ามีเพียงตอบโต้กันทางตัวหนังสือและเสียงตามสาย พี่บีมาพร้อมกับถังและดุ่ย(แมนจู) และนี่จะเป็นตำนานตลอดไปของสายตะวันออก ตำนานบทนี้เขียนขึ้นโดยชาย5คน พี่บี ถัง ดุ่ย เกมส์ และผม
     หลังจากทักทายทำความรู้จักกันแล้ว พวกเราก็เริ่มออกเดินทางเพื่อมุ่งยังจุดรวมพล ศูนย์ราม กทม.เนื่องจากคืนนี้มีฝนตกทำให้ตลอดทางที่เราผ่านมีอุบัติเหตุให้เห็นเป็นระยะๆ แต่เราก็ไปกันด้วยความระมัดระวัง มอเตอร์ไซค์4คัน กับคน5คน เปียกแล้วแห้ง แห้งแล้วเปียก นี่หรือชีวิตไบเกอร์ที่ผมจะต้องเจอตลอดไป ถ้าใช่ผมก็พร้อมจะยอมรับมัน ณ บัดเดี๋ยวนี้เป็นต้นไป
     เกือบ 05:00น. พวกเรามาถึงจุดนัดหมายศูนย์รามเริ่มมีพี่น้องจากสายอื่นมารวมกันแต่ยังไม่มากเท่าไรเพราะยังไม่ถึงเวลานัดหมาย รถพวกเรา4คันสภาพเมื่อมาถึงเหมือนกับรถที่ไม่เคยถูกน้ำล้างเลยมาเป็นแรมปี หลังจากพักผ่อนตามอัธยาศัยสักพักก็เริ่มมีพี่น้องจากสายอื่นๆทะยอยมาจากรถที่จอดไม่กี่คันเมื่อสักครู่ตอนนี้ประเมินด้วยสายตาแล้วไม่น่าจะต่ำกว่า100คัน!!!!!!
   
พี่คนนี้แกคงชอบเต้นแร๊พ หุหุ

ชักภาพระหว่างทาง

วัดห้วยมงคล
วันนี้จบแค่นี้ก่อนไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าครับ สวัสดี

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ทริปแรกในชีวิต ตอนที่1

      ทริปแรกในชีวิตของการขับมอเตอร์ไซค์ที่ไกลที่สุดตั้งแต่เกิดมา ไปกลับ 800กว่ากิโลเมตร ผมทำได้ไงอ่ะ ที่ผมทำได้ก็เพราะมีพี่น้องร่วมทางถ้าจะให้ผมขับไปคนเดียวน่ะเหรอฝันไปเถอะผมไม่ไปเด็ดขาด
      หลังจากเริ่มทำความรู้จักกับ centaur ได้ระยะหนึ่งแล้วและเริ่มรู้จักพี่น้องที่ขับ centaurเหมือนกันในพื้นที่ใกล้เคียง ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่กลุ่ม centaur thailand จัดกิจกรรมทริปท่องเที่ยวประจำปีครั้งที่2 เพื่อสานสัมพันธ์ของกลุ่มพี่น้องที่ใช้มอเตอร์ไซค์ centaur และสถานที่ที่ถูกกำหนดไว้คือปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์!!!!
ชายหาดยามเช้าที่ชายหาดปราณบุรี กับวิศวะชาวจีน(คนไหนดูเอาเองครับ)
      วันที่ถูกกำหนดคือ 2-3สิงหาคม 2557 ก่อนเดินทาง3วันอากาศปลอดโปร่งท้องฟ้าสดใส แต่คืนที่พวกเราจะต้องออกเดินทาง และใกล้เวลานัดคือ 00.00น.ฝนเริ่มโปรยปรายเม็ด  โอ้...เป่นไป่ได้ ไม่ตกมาตั้งหลายวัน วันที่จะเดินทางจะตกมาทำไมเนี่ย วันนั้นผมทำงานและเพิ่งเลิกงานมา21.30น.กะว่าจะหลับสักพักจะได้มีแรงขับมอเตอร์ไซค์เพื่อเดินทางไกลผมล้มหัวลงบนหมอนได้นานเท่าไรไม่รู้แต่ความรู้สึกคิดว่ามันนานมาก หลับๆตื่นๆเพราะตื่นเต้นกับการเดินทางไกลครั้งแรกด้วยมอเตอร์ไซค์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี่แล้ว
      กริ๊งงงงงงงงง....กริ๊งงงงงงงงงง....เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์ที่ตั้งไว้ดัง 23.00น. บอกให้ผมรู้ว่าใกล้เวลาแล้วนะ
      miss call ใครหว่า3สายโทรมาทำไมดึกดื่น ผมโทรกลับปรากฏว่าเป็นน้องที่จะร่วมทริปมันตื่นเต้นกว่าผมอีก ออกมารอก่อนเวลานัดหมายเป็นชั่วโมง ผมรีบไปอาบน้ำจัดแจงเก็บสัมภาระที่จะเอาติดตัวไปใส่เป้และรีบออกไปจุดนัดหมาย
      ฝนยังตกปรอยๆแต่บนพื้นถนนนี่เปียกหมดแล้ว ฝนไม่จำเป็นต้องตกแรงแค่พื้นถนนเปียก ขับcentaurก็พร้อมจะเปียกได้เสมอ ระยะทางจากบ้านผมมาจุดนัดหมาย 5กิโล ผมนี่กางเกงเปียกตั้งแต่หัวเข่าลงไปยันรองเท้าเลยน้ำเต็มรองเท้าผ้าใบไม่ใช่ฉี่ราดเพราะตื่นเต้นนะแต่เป็นเพราะฝนนี่แหละ ผมมาถึงจุดนัดหมายเจอน้องมารออยู่ก่อนแล้วด้วยสภาพที่ไม่ต่างจากผมเท่าไร คือเปียก และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอพี่น้องที่ขับรถเหมือนกันในระแวกนี้หลังจากขับคนเดียวมา4เดือน
      หลังจากพูดคุยไถ่ถามชื่อเสียงเรียงนามกันพอสมควรพวกเราก็นั่งรอพี่น้องจากระยองอีก3ท่าน ที่จะร่วมเดินทางไปกับเรา ป้ายรอรถประจำทางเล็กๆพอบังฝนที่ตกปรอยๆได้บ้าง 00.00น.แล้ว พี่น้องระยองก็ยังไม่มา  เริ่มจะยาวแล้วเอาไว้ตอนหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง สวัสดี....